


นางสาวพรชาตา บุสสุวัณโณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 อุดรธานี (สศท.3) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตไข่ผำ GAP ของเกษตรกรต้นแบบ นางเสาร์ หาญฟ้าเลื่อน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไข่ผำนำโชคอุดรธานี ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เกษตรกรรายแรกของจังหวัดที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจาก “ไข่ผำ” สินค้าเกษตรท้องถิ่น ด้วยนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) ภายใต้แบรนด์สินค้า “ไข่ผำ นำโชค GAP” จนประสบผลสำเร็จและขยายผลสู่เกษตรกรสมาชิกกลุ่มและเครือข่าย
จากการติดตามของ สศท.3 พบว่า นางเสาร์ หาญฟ้าเลื่อน ริเริ่มก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไข่ผำนำโชคอุดรธานี ตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันมีสมาชิก 13 ราย เลี้ยงไข่ผำในรูปแบบทั่วไป จำนวน 50 บ่อ (เฉลี่ย 4 บ่อ/ครัวเรือน) ต่อมานางเสาร์ จึงเริ่มนำร่องเลี้ยงไข่ผำ GAP และประสบความสำเร็จผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP ภายในปี 2567 ตนจึงมีแนวคิดต้องการยกระดับกลุ่มวิสาหกิจฯ สู่มาตรฐาน GAP จึงขยายผลโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจฯ และเครือข่ายในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบันสมาชิกทั้ง 13 ราย อยู่ระหว่างการขอรับรองมาตรฐาน GAP และคาดว่าจะผ่านการรับรองภายในปี 2570 ซึ่งปัจจัยสำคัญของการผลิตตามมาตรฐาน GAP จะช่วยควบคุมคุณภาพ ลดกลิ่นคาว และป้องกันการปนเปื้อน โดยเฉพาะเชื้อ E. coli ตะไคร่น้ำ หรือแมลงที่อาจจะปะปนมากับไข่ผำ
ด้านสถานการณ์การผลิตไข่ผำ GAP นางเสาร์ หาญฟ้าเลื่อน ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ เลี้ยงไข่ผำในบ่อซีเมนต์ จำนวน 8 บ่อ (บ่อขนาด 2×4 เมตร) เป็นโรงเรือนแบบปิด ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ และเครื่องอบแห้งแบบไฟฟ้าหรือโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบควบคุม สำหรับอาหารเลี้ยงไข่ผำผลิตโดยใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและใบทองหลางน้ำเพื่อทำ Probiotic หัวเชื้อ โดยมีต้นทุนการซื้อหัวเชื้อตั้งต้นเพียงครั้งเดียว 300 บาท และสามารถขยายพันธุ์เพื่อใช้ในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตอาหารไข่ผำได้ โดยใน 1 ปี สามารถเก็บผลผลิตได้ 24 รอบ (2 รอบ/เดือน) ในแต่ละรอบใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 14 วัน จึงเก็บผลผลิตได้ในแต่ละรอบและได้ผลผลิตไข่ผำสด 15 กิโลกรัม/บ่อ/รอบ หรือประมาณ 30 กิโลกรัม/เดือน ราคาจำหน่ายไข่ผำสด GAP (ราคา ณ เดือนตุลาคม 2568) แบ่งเป็น ราคาจำหน่ายหน้าฟาร์ม 150 บาท/กิโลกรัม และพร้อมจัดส่งในราคา 250 บาท/กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังมีการนำไข่ผำสดมาอบแห้ง และบด เป็นไข่ผำอบแห้งหรือผงไข่ผำ GAP โดยไข่ผำสด 20 กิโลกรัม สามารถแปรรูปเป็นผงไข่ผำได้ 1 กิโลกรัม จำหน่ายในราคา 2,800 บาท/กิโลกรัม ด้านการตลาด พบว่า ไข่ผำสด GAP ร้อยละ 70 แบ่งจำหน่ายให้เกษตรกร เครือข่ายเกษตรกร และผู้สนใจเพื่อขยายพันธุ์ ร้อยละ 50 และประกอบอาหารร้อยละ 20 ส่วนผงไข่ผำ GAP ร้อยละ 30 นำไปจำหน่ายเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ ผงมัทฉะ ผงโรยข้าว น้ำพริกปลาสลิดไข่ผำ
ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไข่ผำนำโชคอุดรธานี ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่าง ๆ ได้แก่ เกษตรจังหวัดและเกษตรอำเภอ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ทั้งในเรื่องการเลี้ยงภายใต้มาตรฐาน GAP การแปรรูปบรรจุภัณฑ์ และเทคโนโลยีการแปรรูป รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและการขอ อย. ซึ่งการบูรณาการครั้งนี้ช่วยให้เกษตรกรในเครือข่ายสามารถยกระดับคุณภาพการผลิตลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าผลผลิตไข่ผำได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯ มีการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตไข่ผำ GAP เพื่อรองรับตลาดในพื้นที่และใกล้เคียง พร้อมมุ่งเน้นการแปรรูป รวมถึงมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ น้ำพริกไข่ผำกุ้งแห้ง เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่สมาชิก
“การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับไข่ผำ เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายตลาดการแปรรูปเป็นผงไข่ผำ (Wolffia Powder) ที่มีความสะอาดและปลอดภัย ถือเป็นแนวทางสำคัญในการตอบโจทย์ตลาดอาหารแห่งอนาคต โดยผงไข่ผำสามารถนำไปใช้เป็นอาหารเสริมและเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย เช่น อาหารเวชภัณฑ์ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ อย่างไรก็ตาม ไข่ผำที่ผลิตได้มาตรฐาน GAP มีคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาสูงกว่าไข่ผำที่เลี้ยงทั่วไป ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของตลาดแบบเฉพาะเจาะจง จึงเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ดังนั้น การส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากผงไข่ผำ เป็นสิ่งสำคัญในการขยายตลาด เพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภค และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรต่อไป หากท่านใดสนใจข้อมูลการผลิตไข่ผำ GAP สอบถามได้ที่ นางเสาร์ หาญฟ้าเลื่อน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไข่ผำนำโชคอุดรธานี ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โทร 08 9562 8926” ผู้อำนวยการ สศท.3 กล่าวทิ้งท้าย



